ภารกิจของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา

เช่นเดียวกับสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ของไทยทุกแห่งทั่วโลก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ก็คือ สำนักงานผู้แทนทางการทูตของรัฐบาลไทยในประเทศแคนาดา เป็นที่ทำงานของเอกอัครราชทูตซึ่งก็คือ ผู้แทนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขของประเทศไทยนั่นเอง

เมื่อกล่าวถึงภารกิจของสถานเอกอัคราชทูตฯ นั้น กล่าวง่าย ๆ กว้าง ๆ ก็คือ ดูแล รักษา เพิ่มพูน ผลประโยชน์ของประเทศและคนไทยที่เกี่ยวข้องกับแคนาดา โดยอาจแบ่งออกเป็น ๓ ด้านหลัก คือ

ประการแรก ก็คือ การดูแลความสัมพันธ์กันในระดับ ‘การเมือง’ ให้ทั้งสองประเทศเป็น ‘เพื่อน’ กันในเวทีโลก มีสิ่งใดก็ปรึกษาหารือกัน สนับสนุนท่าทีของกันและกันโดยเฉพาะในเรื่องใหญ่ ๆ เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย การร่วมมือปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ค้ามนุษย์ ข้ามชาติ เป็นต้น ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต่างฝ่ายย่อมมองที่ผลประโยชน์ของประเทศตนเป็นหลัก แต่หน้าที่ทางการทูตก็คือ ลดจุดต่าง ขยายทางร่วม ให้แต่ละฝ่ายเป็นประโยชน์แก่กันและกัน

ดังนั้น หากจะมองในแง่ของบทบาทแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็คือ ผู้ที่เข้าไปเชื่อมให้รัฐบาลของทั้งสองฝ่าย
มีการติดต่อพูดจากันอยู่ไม่ขาดระยะ ให้เข้าใจท่าทีซึ่งกันและกัน ให้ผู้นำหรือบุคคลในรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลการกำหนดนโยบายไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ เมื่อมีโอกาสพบกันมาก ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกใกล้ชิดพัฒนาเพิ่มพูนตามไป เมื่อพูดถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคนาดาก็ควรนึกถึงไทย เมื่อพูดถึงอเมริกาเหนือ ไทยก็ต้องไม่ลืมแคนาดา ดังนี้เป็นต้น

ความเป็นมิตรทางการเมืองนั้น แม้ว่า ฟังแล้วเป็นเหมือนเรื่องนามธรรม จับต้องยาก แต่ในความเป็นจริง มันก็คือ ประตูที่จะเปิดไปสู่การทำมาค้าขาย การไหลเวียนของสินค้าและบริการ การติดต่อระหว่างประชาชน ภาคสังคมของทั้งสองประเทศ

ในขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ต้องทำหน้าที่ในการติดต่อ เข้าพบ อธิบาย ชี้แจงทำความเข้าใจกับทางรัฐบาลแคนาดา และภาคส่วนต่าง ๆ ให้เข้าใจถึงข้อมูล ความเป็นไปต่าง ๆ ในประเทศไทย ให้คนแคนาดาเกิดความรู้ เห็นภาพที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยมากขึ้น

ประการที่สอง ก็คือ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

พูดง่าย ๆ ก็คือ ส่งเสริมให้คนแคนาดาซื้อของไทยมากขึ้น บริโภคอาหารไทย ผลไม้ไทยมากขึ้น ไปเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ลงทุนในไทยมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ทำงานร่วมกับสำนักงานของกระทรวงเศรษฐกิจต่าง ๆ ของไทยในอเมริกาเหนือ ทั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าที่ตั้งอยู่ที่นครโทรอนโต สำนักงานการท่องเที่ยวที่นครนิวยอร์ก สำนักงานเกษตรที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นต้น

ในส่วนของการค้าสินค้า ภารกิจด้านนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนัก เพราะเศรษฐกิจโลกได้เข้าสู่สภาวะการแข่งขันที่เข้มข้น ในขณะที่อุปสรรคทางการค้าที่เป็นภาษีศุลกากร และอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร ก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป ไทยก็ต้องปรับตัวให้สามารถรับมือกับสภาวะการตลาดของแต่ละประเทศที่เป็นตลาดหลักของไทยให้ได้ ซึ่งรวมทั้งการแข่งขันในตลาดแคนาดาซึ่งมีกำลังซื้อสูง และ -- เช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย --  มีมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าโดยเฉพาะด้านเกษตรที่เข้มงวด หน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ก็คือ ต้องทำให้แน่ใจว่า ข้อแรก ต้องรักษาฐานตลาดสินค้าไทยในแคนาดาไว้ ทั้งในแง่คุณภาพและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ความปลอดภัยหรือสุขอนามัย ข้อที่สอง ส่งเสริม หาลู่ทางขยายตลาดให้มากยิ่งขึ้น ให้สินค้าไทยใหม่ ๆ ได้เข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น ข้อที่สาม เจรจา พูดคุยกับทางการแคนาดา เมื่อเกิดปัญหาการนำเข้าหรือเมื่อผู้ประกอบการไทยได้หารือกับรัฐบาลแล้วเห็นว่า ควรเจรจาขอโควตาหรือแก้ไขปัญหาอุปสรรคการส่งออกสินค้าไทยมาแคนาดา

ด้านการท่องเที่ยวนั้น แม้ว่า ไทยจะติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวของโลก แต่ต้องยอมรับว่า ด้วยความ ‘ห่าง’ ในแง่ระยะทาง และภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา การกระตุ้น ‘ตลาดนักท่องเที่ยว’ ในแคนาดายังเป็นภารกิจที่ไม่ง่ายนักสำหรับไทย เพราะนอกจากเป็นเรื่องที่มีปัจจัยด้านเศรษฐกิจของคนแคนาดา (คือ เศรษฐกิจแคนาดาไม่ดี คนก็ไม่เที่ยว หรือเที่ยวใกล้ ๆ จ่ายน้อย ๆ) ยังมีปัจจัยด้านความเชื่อมั่นในประเทศไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น นอกจากการจัดหรือสนับสนุนการจัด ’โรดโชว์’ ด้านการท่องเที่ยวในระดับหรือ scale ต่าง ๆ เป็นระยะแล้ว สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงต้องมุ่งหน้า ‘เติมเต็ม’ ความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยอยู่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังรวมถึงประเด็น ‘ข้างเคียง’ ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะต้องหาทางส่งเสริมควบคู่ไป เช่น มาตรการทางวีซ่า หรือ การที่ไทยและแคนาดาไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างกัน เป็นต้น

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็มีภารกิจที่จะต้องส่งเสริมนักลงทุนแคนาดาให้ไปลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจการเงิน การธนาคาร ซึ่งแคนาดามีระบบที่แข็งแกร่ง รวมทั้งในด้านพลังงานที่แคนาดาเป็นเลิศทั้งในแง่เทคโนโลยีและการอนุรักษ์กพลังงาน แต่ก็เช่นเดียวกับการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ปัจจัยที่กำหนดทิศทางการเคลื่อนย้ายทุนเข้าไปในไทยก็คือความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเท่ากับว่า จะดึงนักลงทุนไปได้ ก็ต้องผูกโยงกับภารกิจด้านการสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมภาพลักษณ์

ประการที่สาม ภารกิจดูแลคนไทย

ซึ่งน่าจะเป็นเนื้องานที่คนไทยในแคนาดาคุ้นเคยกับสถานเอกอัครราชทูตฯ มากที่สุด เช่นเดียวกับที่คนไทยในประเทศเมื่อกล่าวถึงกระทรวงการต่างประเทศก็จะนึกถึงกองหนังสือเดินทาง

ภารกิจดูแลคนไทยนั้น ที่ถูกจะต้องเรียกรวม ๆ ว่า งานด้านกงสุล ซึ่งไม่เพียงแต่การให้บริการคนไทยทั้งในแง่นิติกรณ์และการคุ้มครองเท่านั้น แต่รวมถึงการให้บริการตรวจลงตราเข้าประเทศไทยแก่คนแคนาดาและชาวต่างชาติทั่วไปด้วย ภารกิจด้านนี้เป็นหนึ่งในเนื้องานที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นและกระทรวงการต่างประเทศก็พัฒนาปรับปรุงระบบการให้บริการในต่างประเทศให้ทันสมัยและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หน้าที่ในการให้บริการคนไทยในปัจจุบันของสถานเอกอัครราชทูตฯ รวมถึงการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นภารกิจหลัก ๆ โดยสังเขปของสถานเอกอัครราชทูตฯ ทั้งนี้ ยังไม่นับภารกิจประเภท ‘มโนสาเร่’ ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ในฐานะผู้แทนทางการทูตไทยจะมีบทบาทในสังคมแคนาดา เช่น การเข้าร่วมงานการกุสล การเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มประเทศอาเซียน ฯลฯ 

และเนื่องจากความกว้างใหญ่ของประเทศแคนาดาและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การไปมาหาสู่ของประชาชนกับประเทศไทย นอกจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงแล้ว รัฐบาลไทยก็ตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ขึ้นเป็นคณะทูตอาชีพหรือที่เรียกกันว่า career diplomatic mission ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เพื่อแบ่งเบางานของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในฝั่ง west coast โดยเฉพาะในมณฑลบริติชโคลัมเบีย มณฑลอัลเบอร์ตา อีกด้วย

----------------------