รายงาน

ข่าวสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ตุลาคม 5, 2560

รายงานการเยือนรัฐ Newfoundland and Labrador ระหว่างวันที่ 26 – 30 มิ.ย. 2560 ของโครงการ STI

 สวัสดีค่ะ ผู้เขียนขอนำกิจกรรมสถานเอกอัครราชทูตฯ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเมื่อครั้งท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ อิศรภักดี นำคณะสถานเอกอัครราชทูตฯ (คณะ สอท.) ประกอบด้วย ที่ปรึกษาอดิศักดิ์ จันทาทุม คุณสรญา สังข์ทอง เจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียนทุน และผู้เขียน ที่ไปเยือนนคร St. John’s รัฐ Newfoundland and Labrador (NL) เมื่อวันที่ 26 – 30 มิ.ย. 2560 มาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ค่ะ

 

 เป้าหมายแรกของเราคือ Memorial University of Newfoundland and Labrador หรือมีชื่อย่อว่า MUN ตั้งอยู่ที่นคร St.John’s ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ

 

 จากการพูดคุยกับคณะผู้บริหารทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยว่า MUN เป็นมหาวิทยาลัยขนาดกลาง มีนักศึกษาประมาณ 19,000 คน (เป็นระดับ ป. โท และเอก ประมาณ 4,000 เกือบ 5,000 คน) นอกจากวิทยาเขตหลักที่นคร St.John’s แล้ว MUN ยังมีอีกวิทยาเขตชื่อ Grenfell Campus ตั้งอยู่ที่เมือง Corner Brook ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ Newfoundland โดยเป็นที่ตั้งของคณะวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว นอกจากนั้น MUN ยังมีเครือข่ายกับ College of the North Atlantic ซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ 17 แห่งกระจายอยู่ทั่วรัฐ 

 

ร่วมรับประทานอาหารกับ Dr. Gary Kachanoski อธิการบดีของ MUN และภรรยา

 จากซ้ายไปขวา: คุณสรญาฯ ที่ปรึกษาอดิศักดิ์ฯ  Mrs. Kachanoski ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ Dr. Kachanoski และผู้เขียน

 

นอกจากความเป็นเลิศทางวิชาการ MUN ให้ความสำคัญกับการวิจัยมากและมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้าน oil and gas, process engineering, cold ocean, ocean data and technology, marine safety, aquaculture, fisheries และ coastal communities research

 

 

ตัวอย่างงานวิจัยหลัก อาทิ งานของ Centre for Marine Simulation ซึ่งมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของโลก ทำหน้าที่รองรับความต้องการของภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการทำงานในทะเล เช่น การจำลองความสามารถในการบังคับเรือในสภาพการณ์ต่าง ๆ (ship maneuvering) และการทดลองความสามารถใช้งานและความคงทนของอุปกรณ์ (marine equipment testing)

 

 

โครงการวิจัยอีกโครงการหนึ่งที่เป็นโครงการเด่นของ MUN และมีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย คือโครงการ Too Big to Ignore (TBTI) โดยมีอาจารย์นักวิจัยผู้นำโครงการ (principal investigator) เป็นอาจารย์ไทยประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ของ MUN ชื่อ ดร. รัตนา ชื่นภักดี

 



โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการประมงรายย่อย (small-scale fisheries) ทั่วโลก ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักและไม่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การวางนโยบายของรัฐเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ประกอบการประมงรายย่อยและช่วยแก้ปัญหาในการประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนักวิจัยร่วมโครงการมาจากนานาประเทศทั่วโลกถึง 62 คน (จาก 27 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย และ 15 สถาบันการศึกษาและวิจัย) มีกำหนดระยะเวลาของโครงการเป็นเวลา 6 ปี (มี.ค. 2555 - ก.พ. 2561)

 

 ขอบข่ายงานวิจัย TBTI นี้ ครอบคลุมหลายสาขาวิชาอาทิ เศรษฐศาสตร์ เพศสภาพศึกษา (gender studies) การบริหารธุรกิจ ภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม เป็นที่น่าเสียดายที่คณะ สอท. ไม่มีโอกาสได้พบกับอาจารย์รัตนา เนื่องจากอาจารย์ไปร่วมการประชุมระหว่างประเทศเกี่ยวกับ TBTI ที่ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ตาม เราได้พบกับDr. Rodolphe Devillers นักวิจัยร่วมโครงการ และ Ms. Vesna Kerezi ผู้จัดการโครงการฯ ซึ่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการฯ แก่คณะ สอท. เป็นอย่างดี 

 



จากซ้ายไปขวา: Ms. Vesna Kerez ผู้จัดการโครงการ Too Big To IgnoreDr. Rodolphe Devillers
นักวิจัยประจำโครงการ ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ ที่ปรึกษาอดิศักดิ์ฯ และผู้เขียน



ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ และ Ms. Vesna Kerezi ผู้จัดการโครงการ Too Big To Ignore
ที่สำนักงานของโครงการ

 

ที่ MUN คณะ สอท. ได้ไปเยี่ยมชมคณะวิศวกรรมศาสตร์ Marine Institute และศูนย์บ่มเพาะ Genesis ซึ่งผู้เขียนขอให้รายละเอียดตามลำดับดังนี้ค่ะ

 

 คณะวิศวะฯ ของ MUN ได้ก่อตั้งเมื่อทศวรรษที่ 1960 ปัจจุบันมีนักศึกษาประมาณ 2,000 คนเป็นนักศึกษาปริญญาโท และเอกกว่า 600 คน ที่เหลือเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวะฯ ให้ความสำคัญกับการวิจัยมากในปีการศึกษา 2558/2559 ได้รับทุนวิจัยจากแหล่งทุนต่าง ๆ มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์แคนาดา

 

 ตัวอย่างงานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ของคณะวิศวะฯ ได้แก่ การใช้วิธีการทางชีวภาพในการจัดการกับปัญหาน้ำมันรั่วนอกชายฝั่ง (offshore oil spill) และการพัฒนาการสื่อสารใต้ทะเล (subsea communications) สำหรับใช้กับแหล่งน้ำมันใต้ทะเล นอกจากนั้น คณะวิศวะฯ ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบหลักสูตร ocean and naval studies โดยมีลักษณะเป็น co-op program (ให้นักศึกษาไปฝึกงานกับภาคเอกชนระหว่างภาคการศึกษา) และ หลักสูตร process engineering ซึ่งเป็นหลักสูตรแห่งเดียวในแคนาดา

 

 ในส่วนของความร่วมมือกับภาคเอกชน ทางคณะวิศวะฯ ให้ความสำคัญและมีความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับภาคเอกชนในภาคส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของรัฐ เช่น อุตสาหกรรมการค้นหาและขุดเจาะน้ำมัน(ช่วยให้สามารถนำเอาน้ำมันออกมาใช้ได้มากขึ้น หรือ enhanced oil discovery) อุตสาหกรรมการเดินเรือ(การช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพของเรือเดินสมุทร) นอกจากนั้น คณะวิศวะฯ ยังส่งเสริมให้นักศึกษานำผลงานวิจัยมาดัดแปลงใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยให้คำแนะนำเรื่องการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ และให้คำแนะนำในเรื่องการตลาดอื่น ๆ ผ่านทาง Centre for Entrepreneurship ของคณะวิศวะฯ 

 



จากซ้ายไปขวา:  Dr. Ray Gosine รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของ MUN  ท่านเอกอัคราชทูตวิชาวัฒน์ฯ
และ
Dr. Greg Naterer คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ของ MUN

 

 



จากซ้ายไปขวา:Dr. Greg Naterer ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ และ
Dr. Lesley James อาจารย์และนักวิจัยด้านน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ของ
MUN 

 

สำหรับ Marine Institute ได้รับการก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1964 เป็นสถาบันเอกเทศอยู่เกือบ 30 ปีจนได้มาร่วมกับ MUN ในปี 1992 และในอนาคตอันใกล้ (ปี 2020) จะกลายเป็น World Ocean Institute เพื่อสนองเป้าหมายที่จะให้สถาบันเป็น ‘ประตูสู่มหาสมุทร’ (portal to the ocean)  MI ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาคเอกชนภาคส่วนต่าง ๆ ของรัฐ อาทิ marine recreation การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พลังงานการป้องกันประเทศ และการขนส่งทางทะเล

 



เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของ Marine Institute



ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ มอบของที่ระลึกแก่ Dr. Gerald Anderson
ผู้อำนวยการ Marine Institute หลังจากการเยี่ยมชมสถาบัน 

 

ในส่วนของการเรียนการสอน MI แบ่งออกเป็น 3 คณะใหญ่ ๆ คือ School of Fisheries, School of Marine Studies และ School of Ocean Technology โดยมีหลักสูตรหลายระดับ ได้แก่ ใบรับรองความสามารถสำหรับงานในภาคเอกชนส่วนต่างๆ (Industry Certification) ประกาศนียบัตร ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรขั้นสูง ปริญญาโท และปริญญาเอก 

 

ในส่วนของการทำวิจัย MI เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยเกี่ยวกับทะเลที่หลากหลาย อาทิ Centre for Applied Ocean Technology, Centre for Aquaculture and Seafood Development, Centre for Fisheries Ecosystems Research, Centre for Marine Simulation (ซึ่งเป็นที่ตั้งของถังจำลองสถาวะในมหาสมุทร (flume tank) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก), Centre for Sustainable Aquatic Resources, และ MI International

 

สำหรับ MI International นั้น ถือเป็นสถาบันที่เชื่อม MI กับ international partners ทั่วโลกมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมทั้งให้ความสนับสนุนนักศึกษาในต่างประเทศ และทำสัญญากับสถาบันคู่สัญญาในต่างประเทศซึ่งมีอยู่เกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก อาทิ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคริบเบียน ลาตินอเมริกา และแอฟริกา

 

ในเรื่องของความสัมพันธ์กับไทย MI มีความสัมพันธ์ผ่านทาง Southeast Asian Fisheries Development Center (SEAFDEC) โดยทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมีศูนย์ฝึกอบรมอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ 

 



ถ่ายกับผู้บริหาร Marine Institute (MI) : ที่ปรึกษาอดิศักดิ์ฯ  Dr. Gerald Anderson ผู้อำนวยการ 
ท่านทูตเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ ผู้เขียน
Dr. Glen Blackwood รองอธิการบดี ของ MUN และ
Mr. Bill Chrislett ผู้อำนวยการ Marine Institute International 

 

ศูนย์บ่มเพาะ Genesis ซึ่งเป็นศูนย์ในเครือข่ายของ university-based business incubators ของแคนาดาได้รับการก่อตั้งในปี 1997 เพื่อให้การสนับสนุนทางธุรกิจทั้งแก่ผู้ประกอบการที่เป็นนักศึกษาของ MUN และบุคคลภายนอก จนกระทั่งวันนี้ ทางศูนย์สามารถระดมทุนได้กว่า 90 ล้านดอลลาร์แคนาดา โดยบริษัทที่เข้ามารับการสนับสนุนสามารถทำรายได้ถึงกว่า 110 ล้านดอลลาร์แคนาดา และมีการสร้างงานกว่า 600 ตำแหน่ง

 

ปัจจุบันศูนย์ฯ Genesis เน้นให้การสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่รายย่อยของภาคส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี โดยมีโปรแกรมสองแบบ โปรแกรรมแรกออกแบบมาสำหรับผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นโปรแกรม 8 สัปดาห์ที่มีต้นแบบมาจาก Silicon Valley โดยมีกิจกรรมส่วนใหญ่เน้นไปที่การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ (mentors) และการค้นหาลูกค้าเป้าหมาย ผู้มาใช้บริการแบบนี้ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา (เป็นนักศึกษาต่างชาติถึงร้อยละ 56) 

 

โปรแกรมที่สองออกแบบสำหรับผู้ประกอบการระยะกลาง ซึ่งมักจะอยู่ในรูปของเจ้าของกิจการ startups โดยจะเข้ามาใช้สถานที่และห้องปฏิบัติการของศูนย์ รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงการได้ร่วมทำงานกับ MaRS (ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจระดับแนวหน้าของรัฐออนทาริโอ ตั้งอยู่ที่เมืองโทรอนโท) อาทิในเรื่องข่าวกรองการตลาด

 

ในช่วงระยะเวลา 4 – 5 ปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาและประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องผู้ประกอบการและบริษัท startups เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ Genesis ได้ทำงานร่วมกับ College of the North Atlantic ซึ่งเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐ ในการวางหลักสูตรผู้ประกอบการตามแบบของศูนย์สำหรับนักศึกษาของทางวิทยาลัยด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจของรัฐ

 

ทั้งนี้ ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาล NL ต่างก็เห็นความสำคัญของพัฒนาการนี้ จะเห็นได้จากการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เช่น การให้ทุนและคำปรึกษาจาก NRC (National Research Council of Canada) เพื่อกระตุ้นภาคส่วน ICT (Information and Communication Technology) และจาก MUN เพื่อให้ทำงานร่วมกับศูนย์บ่มเพาะอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย เช่น Centre for Entrepreneurship ของคณะวิศวะฯ

 



ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ สนทนากับ Mr. Angelo Casanas ผู้อำนวยการศุนย์บ่มเพาะ
Genesis และทีมงาน

 

จุดหมายต่อไปของเรา คือ College of the North Atlantic (CNA) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Atlantic Canada โดยมีนักศึกษาประมาณ 25,000 คนอยู่กระจายไปตามวิทยาเขตต่าง ๆ 17 แห่ง วิทยาเขตที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่เมือง Gander และที่ใหญ่รองลงมาอยู่ที่นคร St.John’s นอกจากนั้น ยังมีวิทยาเขตต่างประเทศตั้งอยู่ที่ประเทศกาตาร์ จุดประสงค์หลักของ CNA เพื่อให้การศึกษาแก่ประชากรของรัฐ NL อย่างทั่วถึงทั้งในเมืองและในชนบทห่างไกล ดังจะเห็นได้จากหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายเพื่อสนองความต้องการของประชาชนและภาคเอกชน

 

CNA มีความสนใจในความร่วมมือกับต่างประเทศมาก ปัจจุบันมีโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศหลัก ๆ 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการกับประเทศกาตาร์ (วิทยาเขตกาตาร์) มีเจ้าหน้าที่ประมาณ200 - 300 คน นักศึกษาประมาณ 2,000 – 3,000 คน ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545  2) โครงการกับประเทศจีนซึ่งมีสัญญาความร่วมมือกับวิทยาลัยหลายแห่งในจีน 3) โครงการร่วมกับประเทศคู่สัญญาในการฝึกอบรมหลายสาขา เช่น ความตกลงกับประเทศ Kenya (Industrial Trades program) Guyana (Automotive Technician program) และ Antigua (Aircraft Maintenance Technician program)

 

สำหรับความร่วมมือกับประเทศไทยยังมีไม่มากนัก เคยมีนักศึกษาไทยไปเรียนที่วิทยาลัยประมาณ 6 คน บางคนจบแล้วไปเรียนต่อที่ MUN มีอยู่หนึ่งคนได้อยู่ทำงานต่อที่ NL ปัจจุบันมีธุรกิจเครื่องประดับของตัวเอง ทางวิทยาลัยมีประสบการณ์ที่ดีและประทับใจนักศึกษาจากประเทศไทยมาก และอยากจะเห็นนักศึกษาไทยมาเรียนที่ CNA มากขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่า CNA มีจุดดึงดูดมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูมิอากาศ นโยบายการอพยพเข้าเมือง ค่าเล่าเรียนที่ไม่สูง (ประมาณ 3,000 ดอลลาร์แคนาดาต่อเทอม) และโอกาศไปเรียนต่อที่ MUN และ MI

 



ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ กับทีมงาน College of the North Atlantic

 

เช่นเดียวกับการเยือนครั้งอื่น ๆ คณะ สอท. ได้รับประโยชน์มากจากการได้พูดคุยหารือกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาและนักวิจัยในสาขาต่าง ๆ ของ MUN และ CNA ทำให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับวงการการศึกษาและวิจัยของแคนาดาอย่างชัดเจนมากขึ้น

 

และอย่างที่ผู้เขียนได้เรียนท่านผู้อ่านอยู่ทุกครั้งว่า นอกจากความรู้เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาและการวิจัยแล้ว การเยือนรัฐต่าง ๆ ของแคนาดาทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับแคนดามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และความเป็นอยู่ของคนในรัฐนั้น ๆ และที่ผู้เขียนประทับใจอยู่เสมอมาก็ คือความสัมพันธ์ระหว่างไทยและแคนาดาที่มีอยู่แล้ว ทั้งในระดับวิชาการ และระดับส่วนตัว

 

สำหรับการเยือนรัฐ NL ครั้งนี้ เราก็ได้ทราบว่า ทั้ง MUN และ CNA ต่างก็เคยมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยอยู่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่ MUN ให้ปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่อดีต ออท. ดร. ชวัช อรรถยุกติ สาขากฏหมายในปี 2542 การทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยไทย และการมีนักศึกษาไทยมาเรียนที่สถาบันทั้งสอง (และได้สร้างความประทับใจเกี่ยวกับประเทศไทยในหมู่อาจารย์และผู้บริหาร) แต่ที่น่าแปลกใจ (ในทางที่ดี) ก็คือแทบจะทุกท่านที่เราได้ไปพบ เคยไปเมืองไทยมาแล้ว และมีความชื่นชมในประสบการณ์ของตัวเองกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทำให้เรารู้สึกว่าสามารถสื่อสารกับท่านผู้นั้นได้มากขึ้นและอดภาคภูมิใจในความเป็นไทยไม่ได้

 

ผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ และ สอท. ที่ได้ให้โอกาสอันหาค่ามิได้แบบนี้

 



ถ่ายกับ Mr. David Brown Private Secretary to the Lieutenant Governor
(ผู้สำเร็จราชการแทน Queen Elizabeth II) ของรัฐ Newfoundland and Labrador ผู้มาให้การรับรองท่านทูตฯ ตลอดการเยือน

 

จากซ้ายไปขวา:  ผู้เขียน ท่านเอกอัครราชทูตวิชาวัฒน์ฯ Mr. Davide Brownที่ปรึกษาอดิศักดิ์ฯ และคุณสรญาฯ 



ทิวทัศน์ของเมือง St.John’s มองจากยอดเนิน Signal Hill ซึ่งเคยเป็นจุดรับ-ส่งสัญญาณสื่อสารกับเรือเดินทะเล


รายงานโดย
ศุภนัยน์ สุขมาก

อ่านทั้งหมด - รายงาน - ข่าวสารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม