ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแคนาดา และความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแคนาดา
ที่ตั้ง ตั้งอยู่ทางเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ และทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ทางเหนือติดกับมหาสมุทรอาร์คติก และทางใต้ติดกับประเทศสหรัฐอเมริกา
พื้นที่ 9,976,140 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
เมืองหลวง กรุงออตตาวา (Ottawa)
เมืองสำคัญ โทรอนโต (Toronto) มอนทรีออล (Montreal) แวนคูเวอร์ (Vancouver) ควิเบก ซิตี้ (Quebec City) แฮลิแฟ็กซ์ (Halifax) วินนิเป็ก (Winnipeg) เอ็ดมันตัน (Edmonton)
ภูมิอากาศ ภาคพื้นทวีป (มีหิมะในฤดูหนาว และอบอุ่นในฤดูร้อน)
ประชากร 33.8 ล้านคน (ตุลาคม 2552)
ภาษาราชการ อังกฤษและฝรั่งเศส
ศาสนา โรมันคาธอลิก (ร้อยละ 42.6) โปรแตสแตนท์ (ร้อยละ 23.3) อิสเทอร์นออโธดอกซ์ และยิว (ร้อยละ 18) อิสลาม และ พุทธศาสนามีอัตราเพิ่มค่อนข้างรวดเร็ว เนื่องจากนโยบายการรับคนนอกประเทศมาตั้งถิ่นฐาน
หน่วยเงินตรา ดอลลาร์แคนาดา (1 CAD = ประมาณ 32 บาท) ( มีนาคม 2553)
GDP 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการ 2551)
รายได้เฉลี่ยต่อหัว 38,290 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2552)
อัตราการเติบโต
ทางเศรษฐกิจ
ร้อยละ 2.6 (ประมาณการ 2553)
วันชาติ 1 กรกฎาคม
ทรัพยากรธรรมชาติ
ที่สำคัญ
น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองคำ ถ่านหิน เหล็ก นิเกิ้ล โปแต๊ซ ยูเรเนียมและสังกะสี รวมทั้งป่าไม้
สินค้าส่งออกสำคัญ สินแร่ เครื่องยนต์ รถยนต์ กระดาษ ไม้เนื้ออ่อน พลังงานปิโตรเลียมดิบ ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า อลูมิเนียม อุปกรณ์สื่อสาร ชิ้นส่วนอากาศยาน ระบบคอมพิวเตอร์
สินค้านำเข้าสำคัญ เครื่องจักร น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ เครื่องยนต์ สินค้าอุปโภค บริโภค อาหาร
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เม็กซิโก และเยอรมนี
ระบอบการเมือง ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy)
ระบบการปกครอง

สมาพันธรัฐ (Confederation) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 มณฑล (Province) และ 3 เขตปกครองพิเศษ (Territory) โดยแต่ละมณฑลมีมุขมนตรี (Premier) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย

  1. Ontario
  2. Quebec
  3. Nova Scotia
  4. New Brunswick
  5. Manitoba
  6. British Columbia
  7. Prince Edward Island
  8. Saskatchewan
  9. Alberta
  10. Newfoundland and Labrador
  11. Northwest Territories
  12. Yukon Territory
  13. Nunavut
ประมุข สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ (Governor General) ซึ่งปัจจุบันคือ นาง Michaëlle Jean (The Right Honourable Michaëlle Jean)
นายกรัฐมนตร นาย Stephen Harper (The Right Honourable Stephen Harper)
พรรคการเมือง มีพรรคการเมืองที่สำคัญ 4 พรรค ได้แก่
1. พรรค Conservative (เกิดจากการรวมตัวของพรรค Progressive Conservative (PC) และ พรรค Canadian Alliance แนวอนุรักษ์นิยม
2. พรรค Liberal (LP) แนวเสรีนิยมสายกลาง
3. พรรค New Democratic Party (NDP) แนวก้าวหน้า
4. พรรค Bloc Quebecois (BQ) มีนโยบายแยกมณฑลควิเบกเป็น ประเทศเอกราช

การเมือง
- ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 พรรค Conservative (พรรคอนุรักษ์นิยม) ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด คือ 124 ที่นั่งจากทั้งหมด 308 ที่นั่ง ในขณะที่พรรค Liberal (เป็นพรรครัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง) ได้ 103 ที่นั่ง พรรค Bloc Quebecois ได้ 51 ที่นั่ง พรรค National Democratic Party (NDP) ได้ 29 ที่นั่ง และอีก 1 ที่นั่งเป็นผู้สมัครอิสระ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนฐานอำนาจจากพรรค Liberal ซึ่งบริหารประเทศเป็นระยะเวลาต่อเนื่องถึง 12 ปี เป็นพรรค Conservative อย่างไรก็ดี แม้ว่าพรรค Conservative จะชนะการเลือกตั้ง แต่มีจำนวน ส.ส. ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด จึงทำให้ต้องจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

- บุคคลในคณะรัฐมนตรีที่สำคัญ มีอาทิ 1) นาย Stephen Harper นายกรัฐมนตรี 2) นาย Peter MacKay รมว.กลาโหม 3) นาย Lawrence Cannon รมว.การต่างประเทศ 4) นาย Stockwell Day รมว. การค้าและ Asia-Pacific Gateway 5) นาย Jim Flaherty รมว.การคลัง 6) นาย Rob Nicholson รมว.ยุติธรรม 7) นาง Bev Oda รมว.ความร่วมมือระหว่างประเทศ

เศรษฐกิจการค้า และ การลงทุน
- แคนาดามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และจัดว่ามีมาตรการการค้าที่เสรีและโปร่งใสมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แคนาดาพึ่งพิงการค้ากับต่างประเทศเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการค้าต่อ GDP ถึงร้อยละ 45 สำหรับการส่งออก และร้อยละ 40 สำหรับการนำเข้า และพึ่งพิงสหรัฐฯเป็นหลัก โดยทั้งสหรัฐฯและแคนาดาเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดระหว่างกันทั้งการนำเข้าและการส่งออก อีกทั้งยังมีการจัดทำความตกลง North American Free Trade Agreement (NAFTA) ซึ่งยิ่งช่วยเสริมมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น

- ภาคการบริการเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของแคนาดา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของภาคเศรษฐกิจของประเทศ ธนาคารชั้นนำของแคนาดา 6 แห่ง เป็นหนึ่งใน 100 ธนาคารชั้นนำของโลก และมีสาขาอยู่ในต่างประเทศทั่วโลกกว่า 60 ประเทศ รวมถึงธนาคาร Nova Scotia ซึ่งถือหุ้นในธนาคารธนชาติของไทยด้วย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ทำให้แคนาดาสามารถพัฒนาความก้าวหน้าในภาคกิจการนี้เป็นอย่างมาก และล่าสุด เมื่อปี 2552 แคนาดาได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีระบบการธนาคารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

- แคนาดาเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในทุกกิจการยกเว้น กิจการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม การเงิน การขนส่ง และบริการด้านโทรคมนาคม และยังมีกิจการประเภทอื่นๆ ที่ห้ามการลงทุนหรือจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ อาทิ การประมง ซึ่งอนุญาตเฉพาะชาวแคนาดาเท่านั้น เป็นต้น รัฐบาลแคนาดาให้สิทธิประโยชน์เพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่อการลงทุนในกิจการการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นกิจการเป้าหมายของรัฐบาลแคนาดา และยังมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรองรับกับความต้องการของต่างชาติ

- แคนาดาลงทุนในต่างประเทศมากกว่ารับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งที่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเป็นหลัก และมีแนวโน้มจะให้ความสนใจต่อสหภาพยุโรปมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนในแคนาดาเป็นอันดับหนึ่ง โดยลงทุนในกิจการเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ได้แก่ กิจการพลังงานและเหมืองแร่ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เป็นประเทศที่แคนาดาลงทุนในต่างประเทศมากที่สุดเช่นกัน

สังคม
สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่างๆ มากมาย โดยชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี ค.ศ. 1991-2000 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา โดยในปี ค.ศ. 1962 รัฐสภาแคนาดาได้ออกกฎหมายคนเข้าเมืองตามข้อเสนอของพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้จนทุกวันนี้ สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวคือการยกเลิกการเลือกประติบัติ (ก่อนหน้านี้ มีการออกกฎหมายปี ค.ศ. 1887 เพื่อกีดกันการเข้าเมืองของคนจีน และต่อมาปี ค.ศ. 1910 ได้ออกกฎหมายที่ใช้หลักการแหล่งกำเนิด แบ่งเป็น preferred ซึ่งคือ กลุ่มคนยุโรป และ non-preferred ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ใช่ยุโรป) กล่าวคือ การเปิดรับคนเข้าเมืองจากทุกที่อย่างเป็นทางการทั่วไป และการใช้วิธีการคิดคะแนนประเมินน้ำหนัก (point system) ว่าสมควรรับผู้ใดเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดา

ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา

ด้านการทูต
ไทยและแคนาดาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2504 และเปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงออตตาวา รวมทั้งได้จัดตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ เพื่อดูแลมณฑลด้านตะวันตกของแคนาดา ในขณะที่แคนาดาตั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทพฯ และ สถานกงสุล ณ จ.เชียงใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินไปโดยราบรื่นและเป็นมิตร

ด้านการเมือง
ไทยกับแคนาดามีแนวนโยบายที่สอดคล้องกัน โดยยึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน และมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในด้านความมั่นคงมนุษย์ ปัญหาความยากจน และปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และช่วงหลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ไทยให้ความร่วมมือในเรื่องการต่อต้านการก่อการร้ายกับสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของแคนาดาที่ได้ยกระดับนโยบายต่อต้านการก่อการร้ายขึ้นเป็นอันดับแรกของนโยบายต่างประเทศเช่นเดียวกับสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ในเวทีระหว่างประเทศ ไทยกับแคนาดาได้ร่วมมือกันในฐานะประเทศผู้ริเริ่มให้ความสำคัญในประเด็นทางด้านสังคมและการพัฒนา ได้แก่ โครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security Network: HSN) และการเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-personnel Mines and on Their Destruction)

ด้านการค้า การลงทุน
- การค้าไทย-แคนาดาในปี 2552 คิดเป็นมูลค่า 1,985.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2551 ร้อยละ 16.57 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.69 ของมูลค่าการค้ารวมกับต่างประเทศของไทย และไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สินค้าที่ไทยนำเข้าจากแคนาดาในอันดับต้น ได้แก่ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ สินค้าที่ไทยส่งออกไปแคนาดาในอันดับต้น ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ข้าว กุ้งสดแช่เย็นและแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ

- ด้านการลงทุน แคนาดายังมีปริมาณการลงทุนในไทยไม่มากนักเมื่อเทียบกับ ปท. พัฒนาแล้ว อื่นๆ โดยในปี 2551 มีการลงทุนผ่าน BOI เพียง 530 ล้านบาท ส่วนในปี 2552 (ม.ค.-ส.ค.) มีปริมาณการลงทุนที่ BOI อนุมัติแล้ว 485 ล้านบาท

ด้านสังคม และประชาชน
- ชาวแคนาดานิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในไทย โดยในปี 2551 มีชาวแคนาดาเดินทางไปไทยเป็นจำนวน 153,420 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2550 ซึ่งมีจำนวน 149,763 คน ส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มหนุ่มสาวและวัยทำงาน และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยประมาณ 16 วัน

- นับตั้งแต่ปี 2546 แคนาดาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาใน จ. ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในพื้นที่ ผ่านการปรึกษาหารือระหว่างชุมชน และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยได้จัดสรรงบประมาณจากกองทุน Canada Fund for Local Initiatives (CFLI) เพื่อดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน อาทิ โครงการเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มสตรีใน 3 จ. ชายแดนภาคใต้ และโครงการส่งเสริมการปรึกษาหารือระหว่างชุมชนชาวมุสลิมกับชาวพุทธ และระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2552 สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา/ไทย มีแผนได้จัดสรรงบ CFLI จำนวน 161,000 ดอลลาร์แคนาดา เพื่อสนับสนุนโครงการใน 3 จ. ชายแดนภาคใต้ และโครงการตามแนวชายแดนไทย-พม่าด้วย

- ปัจจุบันมีแรงงานไทยเข้าไปทำงานเกษตรประมาณ 500-800 คน ทั้งนี้ แคนาดาประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงมีความต้องการแรงงานจาก ตปท. ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี ในระยะหลัง สอท. แคนาดา / ปทท. เข้มงวดในเรื่องการออกวีซ่าให้แก่แรงงานไทย เนื่องจากปัญหาการเรียกเก็บผลประโยชน์จากแรงงานของบริษัทนายหน้า ซึ่งฝ่ายแคนาดาเกรงว่าอาจเป็นสาเหตุของการลักลอบอยู่ในแคนาดาอย่างผิด กม.